โดนแซะซะแล้ว!ซิลวาจัดเต็มบรูโน่เรื่องคว้าแชมป์

แบร์นาร์โด้ ซิลวา มิดฟิลด์ตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซะแรง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพลย์เมกเกอร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากทั้งสองคนมักจะพูดแซวกันไปแซวกันมาเกี่ยวกับผลงานที่ปะทะกันในเกมดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้
    แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลางเชิงสูง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการแซวหนัก บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังทั้งสองคนมีการพูดคุยเททับเกี่ยวกับผลงานที่ต้องเจอกันในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้

     ทั้งสองแข้งถือเป็นเพื่อนซี้กันในเวลาที่ลงสนามให้กับทีมชาติโปรตุเกส แต่จะต้องห้ำหั่นกันเองเมื่อกลับมาทำหน้าที่ให้กับต้นสังกัด เนื่องจากพวกเขาค้าแข้งอยู่ในสโมสรที่เป็นคู่อริร่วมเมือง และดูเหมือน แฟร์นันด์ส จะมีสถิติที่ดีเยี่ยมเวลาที่ปะทะกับ "เรือใบสีฟ้า"

    ดาวเตะเลือดฝอยทอง ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 67 ล้านปอนด์ (ราว 2,546 ล้านบาท) เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมีโอกาสได้ลงเล่นเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ 1 ครั้ง แถมยังช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว่ำแมนฯ ซิตี้ 2-0

    ในขณะเดียวกันผลงานของ "ผีแดง" ค่อนข้างเหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" โดยพวกเขาสามารถเอาชนะได้ 3 จาก 4 เกมที่พบกันในฤดูกาลนี้ และด้วยสถิติแบบนี้ทำให้ แฟร์นันด์ส มักจะพูดแซว ซิลวา แต่เขาก็ต้องโดนสวนกลับจนจุกแทบพูดไม่ออกเช่นกัน

    ซิลวา เผยกับ  5 Para a Meia-Noite รายการทีวีจากประเทศโปรตุเกสว่า "ผมเดินทางไปที่ ตรอยยา ร่วมกับเพื่อนๆ และมันก็สนุกมากๆ เราได้วิ่งเล่น, ตีเทนนิสกัน ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ที่แมนเชสเตอร์ได้ 10 วันแล้ว และผมก็เบื่อสุดๆ"

    "ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเขา (แฟร์นันด์ส) เมื่อประมาณ 3 วันก่อน เขาบอกว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ 1-0 (เกมดาร์บี้แมตช์ แมนยู ชนะ แมนซิตี้) ในการดวลกันระหว่างเราที่นี่ แต่เขายังต้องทำงานหนักเพื่อที่จะคว้าแชมป์" อดีตดาวเตะโมนาโก กล่าว

รักมาก!ครูฝึกส่วนตัวเผยอิกาโล่อยากอยู่แมนยูไปตลอดชีวิต

เอเคมินี่ เอเคเร็ตเต้ เทรนเนอร์ส่วนตัวของ โอเดียน อิกาโล่ ระบุ ดาวเตะชาวไนจีเรียอยากอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปตลอดชีวิต พร้อมบอกว่า อิกาโล่ เป็นคนที่ทุ่มเทจนอยากซ้อมอย่างเต็มที่อยู่เสมอ

    เอเคมินี่ เอเคเร็ตเต้ เทรนเนอร์ส่วนตัวของ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าชาวไนจีเรีย เปิดเผยว่าแข้งวัย 30 ปี รัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างมาก จนอยากอยู่กับทีมไปตลอดชีวิตเลย

    อิกาโล่ ย้ายจาก เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยนอกจากการทำไป 4 ประตูจากการลงเล่น 8 นัดในทุกรายการแล้วนั้น เขายังช่วยพักบอลในแดนหน้าได้ดีในระดับหนึ่งด้วย จนทำให้ที่ผ่านมามีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากซื้อขาดเขา แต่ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า เสิ่นหัว ตั้งค่าตัวของเขาเอาไว้ถึง 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)

    เอเคเร็ตเต้ ให้สัมภาษ์กับ โกล สื่อวงการฟุตบอลรายหนึ่งว่า "เขาเป็นนักกีฬาชั้นยอด ผมไม่เคยเจอใครที่มีอารมร์ร่วมกับงานของตัวเองมากไปกว่าเขามาก่อนเลย ผมคิดว่าเขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม เขารักเกมการแข่งขัน เขาอยากซ้อมอย่างเต็มที่ แม้ว่าในอีก 3 เดือนต่อจากนี้มันจะไม่มีเกมลีกให้เตะเลยเขาก็จะยังตั้งหน้าตั้งตาซ้อมในทุกวัน เขามีระเบียบวินัยสูงมากๆ"

    "อนาคตที่ยังไม่แน่นอนของเขามันไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นในการซ้อมของเขาแตกต่างไปจากเดิมเลย เขามุ่งมั่นกับการทำให้มั่นใจว่าเขาทำในสิ่งที่ตัวเองจำเป็นต้องทำอยู่เสมอ แล้วจากนั้นเขาก็ผลักดันตัวเองเพื่อที่จะได้ทำได้ดีกว่าเดิม"

    "เขาเป็นคนที่เล่นเพื่อทีม ที่ผ่านมาเขาพูดเกี่ยวกับ แรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล และ กรีนวู้ด เยอะมากๆ เขาบอกว่าทั้งหมดต่างก็เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน และเขาก็ตั้งตารอที่จะได้เล่นร่วมกับ แรชฟอร์ด เขาอยากอยู่กับ ยูไนเต็ด เขารัก ยูไนเต็ด, รัก โอเล่ รักแฟนบอล รวมถึงอยากเป็น เร้ด ไปตลอดทั้งชีวิตของเขา"

เผยบทสัมภาษณ์ฮาแลนด์หลังจบเกม ตอบแค่ 11 คำแล้วรีบเดินหนี

เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่พา ‘เสือเหลือง’ เอาชนะ ชาลเก้ ในศึกบุนเดสลีกา เพียงแค่ 11 คำโดยเป็นการตอบคำถามคำต่อคำ แล้วก็รีบเดินหนีออกไป

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งแม้จะพักไปราว 2 เดือน โดยเกมนี้เล่นแบบไร้กองเชียร์ในสนาม ซึ่งเจ้าถิ่นได้สองประตูจาก ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ส่วนอีกสองประตูได้จาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ทำให้ ‘เสือเหลือง’ คว้าชัย 5 เกมรวดในลีก พร้อมทำแต้มจี้ บาเยิร์นฯ จ่าฝูงเหลือ 1 แต้มชั่วคราว ในศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา

    ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของ ดอร์ทมุนด์ คือจะมีการฉลองร่วมกับแฟนบอลหลังจบเกม โดยเกมนี้พวกเขาก็ยังคงทำแบบเดิม แม้ว่าจะไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามก็ตาม

    หลังจบเกมผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์ ยอดดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์ที่ทำได้หนึ่งประตู โดยการพูดคุยใช้เวลาเพียง 26 วินาทีเท่านั้น ซึ่งจากท่าทางของ ฮาแลนด์ แล้วเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะให้สัมภาษณ์สักเท่าไหร่ โดยเพียงแค่ตอบคำถามคำต่อคำ และบทสนทนามีดังต่อไปนี้

    นักข่าว : หลังจบเกม คุณและเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด ไปที่อัฒจันทร์ฝั่งใต้ ที่มี Yell Wall (หมายถึงเหล่ากองเชียร์ ดอร์ทมุนด์) ทั้งที่วันนี้มันว่างเปล่า ทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะ?
    ฮาแลนด์ : "แล้วไงล่ะ?" (Why not?)

 

    พร้อมกับทำสีหน้าสงสัยแล้วยกคิ้วขึ้น และก็เงียบไปชั่วขณะ

    นักข่าว : เป็นการทำเพื่อส่งข้อความอะไรบางอย่างรึเปล่า?
    ฮาแลนด์ : ใช่ (Yes)

 

    นักข่าว : ช่วยบอกเราได้ไหมว่าเป็นข้อความอะไร?
    ฮาแลนด์ : ไปยังแฟนๆ ของผม ไปยังแฟนๆ ขอเรา (To my fans. To our fans.)

 

    นักข่าว : พวกเขาคือทุกๆ อย่างสำหรับคุณและ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ใช่ไหม?
    ฮาแลนด์ : ตามนั้นเลย (It is)

 

    นักข่าว : ขอบคุณมากๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้คุยกับคุณ
    ฮาแลนด์ : ขอบคุณครับ (Thank You)

 

    แล้วจากนั้น ฮาแลนด์ ก็เดินปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

    สำหรับเกมลีกนัดต่อไปของ ดอร์ทมุนด์ จะเจอกับ โวล์ฟสบวร์ก ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 20.30 น.

ซานิโอโล่ จะล้างอาถรรพ์ ? ย้อนดูแข้งชาวอิตาเลียนที่ไปไม่สวยกับ ลิเวอร์พูล

ถึงแม้ว่าฤดูกาล 2019-20 ของหลายลีกทั่วโลกจะยังไม่จบ แต่ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมมันก็มีออกมาเรื่อยๆ โดยรายของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้น มีข่าวจาก คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลีว่าพวกเขากำลังให้ความสนใจในตัว นิโคโล่ ซานิโอโล่ มิดฟิลด์ อาแอส โรม่า อยู่
    ซานิโอโล่ ถือเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตจามองจากคนใน อิตาลี มากในระดับหนึ่ง ในฤดูกาลนี้เขามีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าอยู่ที่ 81.2 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน รวมถึงยังสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้สูงถึงเฉลี่ย 2.4 ครั้งต่อเกม และเรียกฟาวล์ได้ 2.3 หนต่อนัดด้วย

 

    อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งนั้น ลิเวอร์พูล กลับมีประวัติที่ไม่ดีเท่าไหร่กับนักเตะเชื้อสายอิตาเลียน เพราะไม่มีใครที่ถือว่าประสบความสำเร็จกับทีมแบบจริงจังเลย อย่างเช่น 5 ตัวอย่างที่เราจะมานำเสนอกันในวันนี้

    – กาเบรียล ปาเล็ตต้า
    แม้ว่าจะเกิดในประเทศอาร์เจนตินา รวมถึงเคยเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินา รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ ปาเล็ตต้า ก็มีเชื้อสายอิตาลี และเคยลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่เหมือนกัน โดยเขามาสวมเสื้อ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2006 หลังจากก่อนหน้านั้นทำผลงานได้น่าประทับใจกับ แบนฟิลด์ สโมสรในประเทศอาร์เจนตินา

 

    อย่างไรก็ตาม ปาเล็ตต้า ก็ได้โชว์ฝีเท้าให้ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ เพียงแค่ 1 ฤดูกาล หรือถ้าจะเจาะจงจริงๆ ก็คือ 8 นัดจากทุกรายการ โดย ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น ชอบใช้งานเซนเตอร์แบ็กอย่าง เจมี่ คาร์รคาเกอร์, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ และ ซามี่ ฮูเปีย มากกว่า ซึ่งหลังจากล้มเหลวกับ ลิเวอร์พูล ปาเล็ตต้า ก็ย้ายไปอยู่กับ โบคา จูเนียร์ส ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะได้เล่นให้ทีมอย่าง ปาร์ม่า และ เอซี มิลาน ด้วย

    – อันเดรีย ดอสเซน่า
    ดอสเซน่า ทำผลงานได้โดดเด่นพอตัวตอนที่ย้ายจาก เทรวิโซ่ มาอยู่กับ อูดิเนเซ่ ในปี 2006 และเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจกับ อูดิเนเซ่ จนถึงขั้นเคยต่อสัญญากับทีมยาวจนถึงปี 2012 เลย แต่เขาก็ไม่ได้อยู่จนครบสัญญาที่ว่า เพราะ ลิเวอร์พูล ดึงเขาไปร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ของปี 2008 โดยตอนนั้น ลิเวอร์พูล หวังว่าเขาจะเป็นตัวแทนของ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ที่บอกลาทีมไปซบ โรม่า ในช่วงซัมเมอร์ของปีเดียวกันได้

 

 

    ถึงกระนั้น ดอสเซน่า ก็ไม่สามารถทำตามความคาดหวังที่ว่าได้ จนสุดท้ายก็โดนขายไปอยู่กับ นาโปลี ในช่วงกลางฤดูกาล 2009-10 โดยตลอดช่วงเวลา 1 ปีครึ่งที่เขาอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้น เจ้าตัวได้ลงเล่นในลีกเพียงแค่ 18 นัด

    – อัลแบร์โต้ อาควิลานี่
    อาควิลานี่ เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ โรม่า โดยตรง เขาได้รับโอกาสลงเล่นกับ โรม่า อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะตัดสินใจควักเงิน 22 ล้านยูโร เพื่อดึงเขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปี 2009 ซึ่งตอนนั้นหลายคนมองว่าเขาน่าจะเป็นตัวแทนของ ชาบี อลอนโซ่ ได้ดีในระดับหนึ่ง

 


 

    อย่างไรก็ตาม 22 ล้านยูโรที่จ่ายไปก็กลายเป็นการเสียเงินแบบเปล่าประโยชน์ โดยสาเหตุหลักเป็นเพราะ อาควิลานี่ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วในการเล่นของ พรีเมียร์ลีก ได้ จนทำให้โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ ยูเวนตุส ในซีซั่น 2010-11 ตามด้วยกับ เอซี มิลาน ในซีซั่น 2011-12 ก่อนที่ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 เขาจะต้องบอกลา ลิเวอร์พูล แบบถาวร แล้วไปเล่นกับ ฟิออเรนติน่า ด้วยค่าตัวที่ว่ากันว่าอยู่ที่ 7.6 ล้านปอนด์เท่านั้น

    – ฟาบิโอ บอรินี่
    บอรินี่ ถือเป็นนักเตะชาวอิตาเลียนเพียงไม่กี่่คนที่เริ่มการเป็นนักเตะอาชีพกับทีมในอังกฤษ นั่นก็คือ เชลซี แต่เขาก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ จนโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ สวอนซี ซิตี้ และ โรม่า ในซีซั่น 2010-11 กับ 2011-12 ตามลำดับ

 


 

    ทั้งนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เชื่อว่าเขาสามารถทำให้ บอรินี่ เป็นยอดดาวยิงได้ จนดึงเขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 หรือก็คือในซีซั่นแรกที่ ร็อดเจอร์ส เข้ามากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายความเชื่อของ ร็อดเจอร์ส ก็ไม่กลายเป็นความจริง เขาโดนปล่อยให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาล 2013-14 ก่อนที่ "แมวดำ" จะดึงเขาไปร่วมทัพแบบถาวรในปี 2015 ส่วนตอนนี้ บอรินี่ ก็กำลังเล่นอยู่กับ เวโรน่า ทีมในบ้านเกิด

    – มาริโอ บาโลเตลลี่
    แน่นอนว่าการเสีย หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงคนเก่งของทีมให้กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เพราะในซีซั่น 2013-14 ซัวเรซ สามารถทำประตูในลีกได้ถึง 31 ลูก จนเกือบจะทำให้ทีมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองด้วย


 

    การขาย ซัวเรซ ทำให้ ร็อดเจอร์ส ต้องรีบมองหากองหน้าที่จะเป็นตัวแทนของหัวหอกชาวอุรุกวัย ซึ่งสุดท้ายเขาก็เลือก บาโลเตลลี่ หลังจากที่ "ซูเปอร์มาริโอ" เล่นดีดีพอตัวกับ มิลาน ด้วยการทำไป 30 ประตู จากการลงเล่น 54 นัดในทุกรายการกับ "รอสโซเนรี่"

    อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงของ ร็อดเจอร์ส กลายเป็นการเสี่ยงที่ผิดพลาด บาโลเตลลี่ ทำผลงานได้น่าผิดหวังกับ "หงส์แดง" เขาทำได้เพียง 4 ลูก จากการลเล่น 28 นัดในทุกรายการ ในฤดูกาล 2014-15 โดยในจำนวนนั้นเกิดขึ้นในลีกเพียง 1 ประตูเท่านั้น ทำให้ซีซั่น 2015-16 เขาโดยปล่อยไกเล่นกับ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว และพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 เขาก็บอกลาทีมไปเพื่อไปซบ นีซ ซึ่งที่นั่นเขาทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้ได้รับคำชมมากพอตัว

อดีตโค้ชอียิปต์เผยซาลาห์ได้รับการติดต่อจากเรอัลมาดริดจริง

ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ อดีตสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอียิปต์เผว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เคยได้รับการติดต่อจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2018 จริง หลังตอนนั้นเจ้าตัวนำ ลิเวอร์พูล ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส ลีก และผลงานส่วนตัวในซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าของ ลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มสุดยอดในฤดูกาล 2017/18 โดยซัดประตูในพรีเมียร์ลีก 32 ประตูและแอสซิสต์ได้อีก 10 ครั้ง แต่เจ้าตัวต้องมาอกหักในนัดชิงดำศึกถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อพ่ายต่อ เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมกับได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่หลังโดน เซร์คิโอ รามอส เหนี่ยวล้มลงจนเล่นต่อไม่ไหว

    อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ ซาลาห์ ก็ยังมีชื่อติดทีมชาติอียิปต์ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และทำประตูได้ 2 ลูกแต่ชาติบ้านเกิดแพ้รวดทุกนัดและกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มแบบไร้แต้มกลับบ้าน

    ล่าสุด ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติอียิปต์ ออกมาเผยตนเคยพูดคุยกับ ซาลาห์ ในเรื่องที่ว่า เรอัล มาดริด ติดต่อเข้ามาเพื่อดึงตัวไปร่วมทัพ ระหว่างช่วงเข้าแคมป์เก็บตัวที่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยทาง แรมซี่ย์ เผยกับ OnTimes Sports ช่องโทรทัศน์ของอียิปต์ ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันจริง "ผมเคยได้คุยกับ ซาลาห์ และเขาก็บอกผมว่า เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอมาให้เขา"

    "ข้อเสนอนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ แต่ ซาลาห์ เข้ามาพูดคุยกับผม และ คุณคูเปร์(กุนซือทีมชาติอียิปต์ในตอนนั้น) ซึ่งเขาก็ตัดสินใจจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพราะเขาพึงพอใจที่ได้อยู่ที่นี่"

    นอกจากนี้ แรมซี่ย์ ยังเผยว่า ซาลาห์ เป็นคนที่มีความพยายามเอามาก ๆ และมีเป้าหมายที่อยากจะแก้ตัวหลังในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัพมัมมี่ กระเด็นตกรอบ 16 ทีมเมื่อปีที่แล้ว "ซาลาห์ เป็นคนที่ทะเยอทะยาน เขาบอกกับพวกเราว่าต้องการจะคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 3 ครั้งติด ให้ได้เหมือนที่ อียิปต์ เคยทำได้ติดต่อกัน เมื่อปี 2006, 2008, 2010"

รู้จักกับ ทอลเลส มักโน่ หรือ “นิว เนย์มาร์” ที่ ลิเวอร์พูล ชายตามอง

กลายเป็นข่าวที่่น่าสนใจขึ้นมาทันที หลังจากลือกันว่า ทอลเลส มักโน่ กองหน้าดาวรุ่งของ วาสโก ดา กาม่า ตกเป็นที่สนใจของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยที่ มักโน่ ถึงขั้นได้รับฉายาว่าเป็น "นิว เนย์มาร์" เลยด้วย หลังจากที่ว่ากันว่าเขามีลีลาคล้ายกับ เนย์มาร์ก มากพอตัว

    ทั้งนี้ ถึงแม้ มักโน่ จะเพิ่งมีอายุ 17 ปี แต่เขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้ได้รับการจับตามองอย่างมากในวงการฟุตบอลบราซิล ซึ่งวันนี้เราจะมาดูเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้าหนูรายนี้กัน เผื่อว่าเขาจะมาอยู่กับ "หงส์แดง" และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต

    – ประเดิมสนามแบบอายุน้อย
    มักโน่ ได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ วาสโก เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2019 โดยเป็นเกมที่ทีมของเขาเจอกับ โบตาโฟโก้ ซึ่งในวันนั้นดาวเตะชาวบราซิเลียนเพิ่งมีอายุแค่ราว 16 ปีเท่านั้น ส่งผลให้เขาถือเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นให้กับ วาสโก ในช่วงศตวรรษนี้เลย

 

    ถึงแม้วันนั้น วาสโก จะแพ้ไป 0-1 แต่ฟอร์มของเขาก็เข้าตา วันแดร์เล ลุกชอมบูร์โก้ กุนซือของทีมในตอนนั้น จนทำให้เจ้าตัวได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะปิดซีซั่นด้วยการลงสนามไป 15 นัด พร้อมกับทำได้ 2 ประตู และทำให้หลายคนเชื่อกันว่าเขาจะยังเป็นกำลังหลักของ วาสโก ในฤดูกาลนี้ ก่อนที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้ มักโน่ อดโชว์ฝีเท้าเพิ่ม

    – ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
    ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ มักโน่ ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2019 ของรุ่นดังกล่าว และเขาก็ทำได้ 2 ประตูในการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมกับทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

 

    ถึงแม้ว่าหลังจากนั้น มักโน่ จะทำประตูเพิ่มให้ทีมไม่ได้เลย แต่เขาก็ไม่ต้องเสียใจมากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว บราซิล ชุดนั้น ก็ไปไกลจนถึงขั้นได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ บราซิล ได้แชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2003

    – ทีมใหญ่หลายทีมเคยสน
    เป็นที่เชื่อกันว่าตอนนี้ทีมที่จะเป็นคู่แข่งของ ลิเวอร์พูล ในการล่าตัว มักโน่ คือ เบนฟิก้า โดยทัพ "เหยี่ยวลิสบอน" ถึงขั้นเคยยื่นข้อเสนอขอซื้อดาวเตะวัย 17 ปีไปแล้วด้วย แต่สุดท้ายก็โดนปฏิเสธไปซะก่อน ซึ่งที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ มักโน่ ก็เคยมีข่าวกับทีมใหญ่หลายทีม อย่างเช่น เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, ลาซิโอ และ อาแอส โรม่า เช่นกัน ก่อนที่ทีมเหล่านั้นจะลดการให้ความสนใจในตัวดาวเตะเลือดแซมบ้าไป

 

    ทั้งนี้ เป็นที่เชื่อกันว่า วาสโก ตั้งค่าฉีกสัญญาของ มักโน่ เอาไว้สูงถึง 50 ล้านยูโรด้วย แต่มันก็เป็นเพียงเงื่อนไขๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทีมที่อยากได้ มักโน่ ต้องทุ่มเงินสูงขนาดนั้นจริงๆ เพราะตอนนี้ วาสโก มีปัญหาด้านการเงินหนักมากๆ จนพร้อมที่จะปล่อยเพชรเม็ดงามออกจากทีม

    – ติดชาร์ตดาวรุ่งน่าจับตา
    นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษได้จัดชาร์ตดาวรุ่งที่น่าจับตามองทั่วโลกในแต่ละปี ซึ่งพวกเขาก็มีสายตาที่เฉียบคมในระดับหนึ่ง หลังจากเคยยกให้นักเตะอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด อยู่ในลิสต์นี้มาแล้ว ก่อนที่แข้งเหล่านั้นจะกลายเป็นนักเตะชื่อดังได้จริงๆ

 

    ทั้งนี้ มักโน่ ก็เคยติดชาร์ตนี้เมื่อปี 2019 หรือก็คือปีแรกที่เขาขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ วาสโก นั่นเอง โดยตอนนั้น เดอะ การ์เดี้ยน ถึงขั้นบอกเลยว่าเขาเป็นเหมือนความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลบราซิลจนเป็นเหมือนอากาศที่สดใหม่เลย

แข้งเป้าหมายลิเวอร์พูลยิงอย่างโหด!ย้อนชม 5 สุดยอดประตูโซโล่เดี่ยวในศึกบุนเดสลีกา2019/20



ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนรีสตาร์ทศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำฤดูกาล 2019/20 ที่จะเริ่มฟาดแข้งกันในคืนวันพรุ่งนี้แล้ว เลยอยากจะเรียกน้ำย่อยด้วยการย้อนชม 5 สุดยอดการทำประตูสไตล์โซโล่เดี่ยว ตลอดช่วงที่ผ่านมาของฤดูกาลนี้ ซึ่งบอกเลยว่า นักเตะที่กำลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล ยิงได้ดุดันเหลือเกิน

 5. อามีน ฮาริต (ชาลเก้ 04) VS ไมนซ์  05 (20 ก.ย. 2019)

นอกจากเป็นประตูชัย 2-1 ของ ชาลเก้ ที่มาได้ในช่วงท้ายเกมแล้ว (นาทีที่ 89) ยังเป็นประตูที่งดงามมากๆ จากแข้งตัวเก่งของทีมอย่าง ฮาริต ที่โชว์ทักษะการครองบอล ก่อนลากเข้าไปยิงไซด์ก้อย ส่งบอลโค้งๆ มุดเข้ามุมล่างประตูอย่างสุดสวย

 4. เอลเลียส สกีรี่ (เอฟเซ โคโลญจน์) VS ไฟร์บวร์ก (31 ส.ค. 2019)

เป็นประตูสำคัญเช่นกัน เพราะมันคือประตูชัย 2-1 ของทัพ "แพะบ้า" ที่มาได้ในนาทีที่ 90+1 โดย สกีรี่ พาบอลลุยมาเองตั้งแต่ตรงกลางสนาม มุ่งหน้าเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนยิงแบบจิ้มๆ ด้วยปลายเกือกข้างซ้าย ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดที่แฟนบอลเจ้าถิ่นงงกันทั้งสนาม 

 3. มิลอต ราชิซ่า (แวร์เดอร์ เบรเมน) VS บาเยิร์น มิวนิค (14 ธ.ค. 2019)

แม้เกมดังกล่าว เบรเมน บุกไปพ่าย "เสือใต้" ยับเยินถึง 1-6 แต่ประตูขึ้นนำ 1-0 ของพวกเขาในนาทีที่ 24 บอกเลยว่า ยิงได้โหดมากๆ โดย ราชิซ่า ซึ่งเวลานี้มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล ได้พลิกบอลตรงบริเวณกลางสนาม ก่อนเลี้ยงจี้ เยโรม บัวเต็ง ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ตบเข้าทางขวา และสบโอกาสกดเต็มข้อด้วยเท้าขวาจากระยะประมาณ 20 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบใต้คาน ทำเอา มานูเอล นอยเออร์ ยอดนายทวาร บาเยิร์น ถึงหงายหลังเลยทีเดียว

 2. ติอาโก้ อัลกันตาร่า (บาเยิร์น มิวนิค) VS ไมนซ์ 05 (1 ก.พ. 2020)

เกมนี้ บาเยิร์น บุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 โดยที่มีสกอร์นำห่าง 3-0 ตั้งแต่นาทีที่ 26 และไฮไลท์สำคัญคือประตูที่สามของพวกเขาที่ ติอาโก้ โชว์ลีลาสุดพลิ้ว ลากบอลผ่านนักเตะ ไมนซ์ 3 คน ก่อนหลุดเข้าไปกดด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลทแยงมุมเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวย

 1. ยาไฟโร่ ดิลโรซุน (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน) VS พาเดอร์บอร์น (21 ก.ย. 2019)

ประตูขึ้นนำ 1-0 ในชัยชนะ 2-1 ของทัพ "หญิงชรา" นัดนี้ เรียกได้ว่ามาจากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิลโรซุน ล้วนๆ ที่ควบบอลมาเองจากตรงริมเส้นฝั่งซ้าย พาบอลผ่านนักเตะทีมเยือนไม่ต่ำกว่า 3-4 คน ก่อนจบสกอร์ด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ซึ่งถือว่าสมราคาที่ทาง bundesliga.com ยกให้เป็นเบอร์ 1 ใน Top 5 การทำประตูแบบฉายเดี่ยวฤดูกาลนี้

ตัวนี้เด็ด!ลิเวอร์พูลเล็งฉกสตาร์โรม่าร่วมทัพ

สื่อดังอิตาลีปูด "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กำลังเล็งฉก นิโคโล่ ซานิโอโล่ มิดฟิลด์ดาวดัง อาแอส โรม่า หลังจบซีซั่นนี้ แต่อาจจะต้องแย่งกับสองคู่ปรับร่วมลีก
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาคว้าตัว นิโคโล่ ซานิโอโล่ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ อาแอส โรม่า สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    ฤดูกาลนี้ ซานิโอโล่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นสุดๆ โดยลงเล่นให้ โรม่า รวมทุกรายการ 24 นัด ทำได้ 6 ประตู และ 2 แอสซิสต์ แต่ด้วยปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า ทำให้เจ้าตัวพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม

    ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต่างมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ซานิโอโล่ ทว่าล่าสุด คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต ระบุว่า "หงส์แดง" พร้อมร่วมวงล่าตัว ดาวเตะทีมชาติอิตาลีวัย 20 ปี เช่นกัน โดยเชื่อกันว่า โรม่า อาจจะถูกบีบให้ขายสตาร์คนใดคนหนึ่งของทีมออกไป เพื่อรักษาสมดุลการเงินของสโมสร หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดขอเชื้อไวรัส "โควิด-19"

    ทั้งนี้ ซานิโอโล่ ลงเล่นให้ทัพ "หมาป่าแห่งกรุงโรม" ไปแล้วทั้งสิ้น 60 นัด ทำได้ 12 ประตู

 

โดนแล้ว! แฟนคลับตั้งแง่สงสัยซิกซ์แพ็ค “โด้” ใช้โฟโต้ชอป

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง ยูเวนตุส เจอดีในโลกโซเชียล เมื่อมีแฟนคลับบางคนตั้งแง่สงสัยรูปล่าสุดที่โพสต์ใน "ไอจี" ว่าใช้โปรแกรมแต่งภาพเพื่อให้ซิกซ์แพ็คเด่นชัด ขณะที่บางรายเล่นหนักด้วยการแซวนึกว่า "ซีอาร์ 7" สวมชุดบิกินี่

     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดนพิษสื่อออนไลน์แล้ว หลังมีแฟนคลับบางคนปรามาสว่า "ซิกซ์แพ็ค" แน่นเปรี๊ยะของเขามาจากการแต่งภาพด้วยโปรแกรมโฟโต้ชอป

     กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ยังคงใช้เวลาในช่วงล็อกดาวน์ให้เกิดประโยชน์ด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งอยู่เสมอ และเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกมลูกหนังเมืองมะกะโรนีกลับมาแข่งขันต่อให้จบในซีซั่นนี้

     ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ ก็มักจะแชร์ภาพ และวีดิโอช่วงที่เขาฝึกซ้อมอย่างหนักผ่าน อินสตาแกรม เว็บไซต์ยอดฮิต แต่การอัพโหลดล่าสุดของเขาดันมาเจอแฟนคลับบางคนที่กดฟอลโลว์ "ไอจี" ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างกายกำยำล่ำสันของเขา

 

     "ทำไมภาพนี้ดูเหมือนมีการใช้โฟโต้ชอป (โปรแกรมแต่งภาพ) เลย" แฟนคลับรายแรก กล่าว ขณะที่รายอื่นๆ เสริมทันทีว่า "มีการอีดิท (แก้ไขปรับแต่ง) ภาพ" ส่วนอีกรายระบุว่า "มันดูหลอกๆ นำสำหรับตัวผม"

     สำหรับภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ โรนัลโด้ นั่งอยู่บนบันไดสวมกางเกงขาสั้น และมี "ซิกซ์แพ็ด"(Sixpad) อุปกรณ์ที่ช่วยสร้างซิกซ์แพ็คด้วยการเทคโนโลยีที่เรียกว่า "EMS" เป็นการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าโดยตรงเพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้กระชับมากขึ้น ทั้งยังเร่งอัตราการเผาผลาญเซลล์ไขมันเพื่อสร้างเป็นกล้ามเนื้อทดแทน

     นอกจากจะมีการแซวเรื่องอีดิทภาพแล้ว ยังมีความเห็นบางคนที่ออกแนวตลกโปกฮาอย่างในรายที่ใช้ชื่อ เควิน ไทเลอร์ ที่โพสต์ว่า "ให้ตายเหอะเพื่อนแว๊บแรกนึกว่านายสวมชุดบิกินี่ซะอีก" ขณะที่อีกรายที่ชื่อ อายซ่า คาห์น เสริมว่า "พระเจ้า ผมคิดว่าเขาใส่บรา อยู่นะเนี่ยะ"

เลวานยิงอีก! บาเยิร์นซิวสามแต้มบุกเชือดอูนิโอน นำฝูงหนีเสือเหลือง4แต้ม

"เสือใต้" ไม่มีปัญหาแม้จะกลับมารีสตาร์ทเตะอีกครั้งแต่ยังเดินหน้าเก็บสามคะแนน หลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าบ้าน อูนิโอน เบอร์ลิน 2-0 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และเบนฌาแม็ง ปาวาร์ ยิงคนละเม็ด ช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 5 เกมติดต่อกันในลีก พร้อมทั้งนำเป็นจ่าฝูงต่อไปโดยหนี ดอร์ทมุนด์ 4 คะแนน ในเกมบุนเดสลีกา นัดที่ 26 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอน อัน เดอร์ อัลเท่น

    บุนเดสลีกา กลับมารีสตาร์ทเตะอีกครั้ง หลังหยุดเพราะเชื้อโรคระบาดโควิดไปสองเดือนเศษ เกมนี้กลับมาเล่นเป็นนัดที่ 26 เจ้าบ้าน อูนิโอน เบอร์ลิน เปิดรังรับมือจ่าฝูง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค โดยเล่นแบบสนามปิดไร้แฟนบอลเข้าชม และต้องอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันอย่างเคร่งครัด

    เจ้าถิ่นเกมนี้ไร้ อูร์ส ฟิชเชอร์ คุมทีมข้างสนามเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว ทำให้วันนี้ต้องใช้ผู้ช่วยแทนแนวรุกวาง มาร์คุส อิงวาร์ทสัน, อันโทนี่ อูจาห์ และมาริอุส บึทเลอร์ ขณะที่ฝั่ง ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค เทรนเนอร์ของเสือใต้จะประเดิมคุมนัดแรกหลังได้รับสัญญาถาวร แนวรุกวาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นหน้าเป้า มี แซร์ช นาบรี้, ลีออน โกเร็ตซ์ก้า และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน

    เริ่มเกมมาได้แค่สองนาที ทีมเยือนได้ทักทายก่อนหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลองตั้งป้อมยิงนอกกรอบ แต่บอลยังโดน ชเลิทเทอร์เบ็ค บล็อคออกหลังไป

    กลายเป็น อูนิโอน เบอร์ลิน ทีเกือบได้ส่องเข้ากรอบลุ้นขึ้นนำก่อน นาทีที่ 5 กรีช่า โพรเมิ่ล ครอสมาเสาแรกให้ มาริอุส บึทเลอร์ หนีตัวประกบวิ่งไปซัดด้วยขวา แต่ยังดีที่บอลไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์

    นาที 17 "เสือใต้" พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย หลัง ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ขึ้นโขกลงพื้น อันโทนี่ อูจาห์ ตามไปโขกเข้ากลางให้ โธมัส มุลเลอร์ วิ่งมาแปด้วยขวาเข้าไป ก่อนที่ "วีเออาร์" จะไม่ให้ประตูเนื่องจาก มุลเลอร์ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อน

    นาที 22 บาเยิร์น ได้ลุ้นอีกหนบอลแทงขึ้นซ้ายให้ อัลฟอนโซ่ เดวิส กระชากหนีถึงเส้นหลังแล้วครอสเลียดไปหน้าประตู บอลเกือบถึง เลวานดอฟสกี้ ที่พุ่งมาจะชาร์ทเข้าอยู่แล้ว แต่ยังโดน ราฟาล กีคีวิชซ์ นายด่านอูนิโอน พุ่งปัดทำลายจังหวะได้หวุดหวิด

    นาที 38 ผู้ตัดสินเป่าให้ลูกจุดโทษแก่ทีมเยือนหลัง เนเว่น ซูโบติช เข้าบอลช้าไปหวด ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ล้มลงในเขตโทษ และเป็นมือสังหารอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำหน้าที่ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ "เสือใต้" บุกมาขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 40 ซึ่งเป็นประตูที่ 26 ในบุนเดสลีกานำดาวซัลโว และประตูที่ 40 รวมทุกรายการในซีซั่นนี้ของดาวยิงชาวโปแลนด์

    จบครึ่งแรก อูนิโอน เบอร์ลิน ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 0-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "เสือใต้" หวิดได้เม็ดที่สองนำห่างหลัง เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แทงเลียดเข้ากลาง ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ทำชิ่งกับ โธมัส มุลเลอร์ ก่อนที่โกเร็ตซ์ก้าจะหลุดเข้าไปอัดด้วยขวา บอลพุ่งไปเสาไกลแต่ยังติดปลายมือของ ราฟาล กีคีวิชซ์ ปัดออกหลังหวุดหวิด

    นาที 55 โยชัว คิมมิช เปิดเตะมุมเข้ามาให้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ โขกหลุดกรอบออกไป ถัดมานาทีเดียว เจ้าบ้านได้ลุ้นตีเสมอบ้าง กริช่า โพรเมิ่ล หวดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเลียดออกไปแบบได้เสียว

    นาที 71 อูนิโอน เบอร์ลิน เปลี่ยนรวดเดียวสองคน ส่ง คริสเตียน เกนท์เนอร์ ลงไปแทน โรเบิร์ต อันดริช และส่ง เซบาสเตียน แอนเดอร์สัน ไปเล่นแทน อันโทนี่ อูจาห์ ขณะที่ "เสือใต้" ถอดเอา ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ออกแล้วส่ง คิงส์เล่ย์ โกมัน ลงเล่นแทน

    นาที 80 บาเยิร์น มิวนิค มาได้ประตูที่สองนำห่าง 2-0 จนได้ จากลูกคอนเนอร์ทางมุมขวา โยชัว คิมมิช เปิดเข้ากลางมาให้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ เทกตัวโขกลงพื้นเสียบเสาแรกเข้าไป

    ท้ายเกม นาที 85 ทีมเยือนส่ง อีวาน เปริซิช ลงไปแทน แซร์จ นาบรี้ ส่วน อูนิโอน ถอดเอา มาริอุส บึทเลอร์ ออกแล้วให้ ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน เล่นแทน

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค บุกมาปราบเจ้าถิ่น อูนิโอน เบอร์ลิน 2-0 เก็บสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยมี 58 คะแนน หนี "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ 4 คะแนน โดยเกมหน้า บาเยิร์น จะกลับไปเล่นในบ้านรับมือ แฟร้งค์เฟิร์ต ส่วน อูนิโอน เบอร์ลิน จะบุกไปเยือน แฮร์ธ่า เบอร์ิลิน

     รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    อูนิโอน เบอร์ลิน (3-4-3) : ราฟาล กีคีวิชซ์ –  เนเว่น ซูโบติช, เควิน ชเลิทเทอร์เบ็ค, โฟลเรียน ฮึบเนอร์ – คริสโตเฟอร์ ทริมเมิ่ล, โรเบิร์ต อันดริช (คริสเตียน เกนท์เนอร์ น.71), กริช่า โพรเมิ่ล (เฟลิกซ์ โครส น.85), คริสโตเฟอร์ เลนซ์  – มาร์คุส อิงวาร์ทสัน (โยชัว มีส น.81), อันโทนี่ อูจาห์ (เซบาสเตียน แอนเดอร์สัน น.71), มาริอุส บึทเลอร์ (ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน น.85)

      เทรนเนอร์ : อูร์ส ฟิชเชอร์

     บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้ (อีวาน เปริซิช น.85), ลีออน โกเร็ตซ์ก้า (คิงส์เล่ย์ โกมัน น.71), โธมัส มุลเลอร์ (มิกกาแอล กุยซ็องช์ น.89)  – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

      เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค